Category

Reviews

[Review] IA/VT COLORFUL & แนะนำเทคนิคเก็บ Thophy ยัน Platinum

By | Games, Reviews, เกม | No Comments

รอบนี้จะมาเขียนรีวิวเกม IA/VT – COLORFUL – เนื่องจากเล่นจน Platinum แล้ว เล่นแบบสุดๆแล้ว แต่ก็ไม่ติด Top 10 ของโลกอยู่ดี (ได้อันดับ 13)

amarec(20150803-082054)

 

114141414

พอดีมีหลายคนเห็นผมเล่นแล้วถามกันเข้ามาว่า เกมสนุกไหม ยากไหม ไม่ถนัดมิวสิคเกม เล่นได้ไหม

เป็นคำถามที่ผมเลือกที่จะตอบยากพอสมควร เพราะว่าเกมค่อนข้างยาก สำหรับมือใหม่น่าดู ถ้าให้เลือกเทียบระหว่าง Hatsune Miku Project DIVA ล่ะก็ ผมให้ IA/VT ยากกว่า

เปรียบเทียบจากโหมด Normal ของทั้งสองเกมนะ เอาเป็นว่าขอรีวิวเกมก่อนละกัน

ชื่อเกม IA/VT – COLORFUL – ในส่วนของ IA นั้นก็เป็นชื่อของโปรแกรมสังเคราห์เสียงตัวนี้ ที่มีต้นเสียงมาจากนักร้องที่มีนามว่า Lia ส่วน VT นั้นย่อมาจาก Visual Tracks

ตัวเกมจะคงคอนเซปของ Colorful คือแบบ ฟรุ้งฟริ้งมาก ทุกอย่างอลังไปหมด แต่จริงๆแล้ว ความอลังของฉากเล่นนั้น มันกำลังปกปิดอะไรซักอย่างกับเราอยู่

ระบบเกมจะเป็นการกดตามจังหวะเพลง โดยจะใช้ปุ่มทั้งหมด 8 ปุ่ม นั่นคือ ↑↓←→□△xo  โดยช่วงกดจังหวะนั้นจะมี ปุ่ม Colorful ซึ่งสามารถกดโดยปุ่มใดก็ได้ เพื่อเก็บเกจ Colorful

norma

หากกดปุ่ม Colorful โดน 100% จะได้ Cool ซึ่งเก็บครบถึง 100% ช่วง Colorful ของเพลง เราก็จะได้คะแนนเยอะนั่นเอง

colorf

เพลงในเกมนั้นจะมีอยู่ถึง 60 เพลง โดยแต่ละเพลงนั้นจะถูกปลดล๊อคได้ เมื่อเลเวลอัพหลังจากเล่นจบเพลง โดยจบเกมแล้วจะมีเลเวลอยู่ที่ประมาณ 34 หลังจากเกมวางขาย ก็มี DLC เพลงมาขายกันแล้ว 4 เพลง เพลงละ 300 เยน และจะมีออกมาเรื่อยๆแน่นอน

songlist

ในเกมจะมีของให้เราสะสมอยู่ทั้งหมด 3 แบบคือ

1. Costumes โดยเสื้อผ้านั้นจะถูกปลดออกจากการเล่นเพลง และ มิชชั่นในเกม มีอยู่ทั้งหมด 62 ตัว

costume

2. UI SKIN เป็นสีสันของกรอบ ในหน้าเล่นเกม จะถูกปลดออกจากการเล่นเพลง และ มิชชั่นในเกม มีทั้งหมด 3 ชนิด

ui

3. Rhythm Skin เป็นสกินปุ่มกดในหน้าเล่นเกม จะถูกปลดออกจากการเล่นเพลง และ มิชชั่นในเกม มีทั้งหมด 4 ชนิด

rhythm

โหมด Step Up Play

stepup

เป็นโหมดที่เรียกว่ามิชชั่น ก็จะเข้าใจกันง่ายดี โดยแต่ละมิชชั่นก็จะมีเงื่อนไขว่า ต้องกดให้ได้ Cool เท่าไร ห้ามพลาดกี่ครั้ง ปุ่ม Colorful ต้องกดด้วยปุ่มอะไรเท่านั้น ต้อง Rank อะไรขึ้นไป เป็นต้น โดยหมวดนี้จะมีความยาก 3 ระดับ ให้เราเล่นดังนี้

Easy เป็นเพลงโหมด Easy โดยมี Mission ทั้งหมด 15 Steps
Normal เป็นเพลงโหมด Normal โดยมี Mission ทั้งหมด 20 Steps
Hard เป็นเพลงโหมด Hard โดยมี Mission ทั้งหมด 25 Steps ( โหดนรกมาก )

หากต้องการเก็บถ้วย Rhythm , UI และ Costumes ครบ ต้องเล่นทุกหมวดดังต่อไปนี้

Easy –
Step 5 : Costume Unlock
Step 9 : UI Unlock
Step 13 : Costume Unlock

Normal –
Step 2 : Rhythm Skin Unlock
Step 5 : Costume Unlock
Step 8 : Costume Unlock
Step 11 : Costume Unlock
Step 14 : Costume Unlock

Hard – ประตูนรก
Step 1 : Costume Unlock
Step 4 : Costume Unlock
Step 7 : Costume Unlock
Step 10 : Costume Unlock
Step 13 : Costume Unlock ( ยากมากๆๆๆๆๆ )
Step 16 : Costume Unlock ( ยากเช่นกัน )

ช่วง Step 13 – 16 เป็นช่วงหืดขึ้นคอมาก

ระบบ MyList Play

mylist

เป็นระบบรวมเพลงที่เราชื่นชอบ 3 เพลง โดยให้เรากำหนดเองว่าอยากเล่นเพลงอะไร และเอามาเล่นพร้อมกันทีเดียว 3 เพลงติด

Daily Play

daily

เป็นระบบ เควสประจำวัน โดยจะมีเงื่อนไขการผ่าน เหมือนกับ Stepup Play เป็นโหมดที่สามารถเล่นได้แค่ครั้งเดียวต่อวัน ไม่ว่าจะผ่าน หรือ ไม่ผ่าน ก็มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยหากผ่าน ก็จะได้ค่าประสบการณ์ เล็กน้อย ไม่ค่อยคุ้มเท่าไร

โดยรวมเกมก็จะมีเท่านี้ ตามสไตล์มิวสิคเกมล่ะครับ ทีนี้ ก็ถึงเวลาไล่ ข้อดีข้อเสียของเกมนี้แล้ว

ข้อดี

– ตัวเกม ค่อนข้างเหมาะสำหรับคนที่เล่นมิวสิคเกมเป็น หากไม่รู้จัก IA ก็สามารถเล่นได้อย่างสนุกสนานได้
– มีเพลงของนักแต่งเพลงที่ผมชอบมากอยู่หลายคน เช่น 石風呂 , A-Bee , nodoka , monaca:factory , emon(Tes.) และ 田中隼人 x Jane Su เป็นต้น
– เพลงเยอะมาก ตัวเกมมี Volume ค่อนข้างสูง เทียบกับราคาเกม ( 4800 เยน )
– สำหรับผมที่รู้จักเพลงแทบทุกเพลง เล่นจน Platinum ก็ยังไม่เบื่อ
– เกมไม่มี Game Over เหมือนตั้งใจจะทำแบบนี้มาเพื่อให้เราเก็บถ้วย วิธีเก็บถ้วยที่ว่า ดูที่ Thophy Lists ด้านล่าง

ข้อเสีย

– ตัวเพลงมีฉากที่เป็น IA Model เฉพาะแค่ 13 เพลงเท่านั้น แต่ดันทะลึ่งมีชุดให้เลือกเปลี่ยนถึง 62 ตัว และมีถ้วยนรกแตก ที่ต้องใส่ชุดทั้ง 62 ตัว เพื่อเล่นเพลงให้ครบ ถึงจะปลดถ้วย
– เกมยากเกินไปสำหรับมือใหม่มิวสิคเกม สำหรับผมว่าผมเล่นเก่งในระดับนึง ยังบ่นไอ้ Step up Play ของเกมนี้เลย
– Step up Play ยากมาก ระดับสุดท้ายของ Step up Play นี่มีแต่คนโอดครวญว่ามันไม่ได้ทำมาให้มนุษย์เล่น
– เพลงที่มีฉาก IA Model เอา IA ออกมายืนประกอบฉากโง่ๆ เหมือนเพลงคาราโอเกะ ที่ไม่มีต้นทุนสร้าง MV อะไรประมาณนั้น ถึงแม้จะบอกว่ามีถึง 13 เพลงที่เราได้เห็น IA ใส่เสื้อผ้าสวยๆให้เราได้เห็นก็ตามที แต่มีแค่ 2 เพลงเท่านั้น ที่ IA ออกมาดิ้นๆ มีชีวิตชีวา จาก 13 เพลง ที่บอกไป
– เพลงของ じん เยอะมาก จนมีคนเปลี่ยนชื่อเกมให้เป็น JN/VT ก็เข้าใจหรอกนะว่าตอนประกาศเกม ตอนนั้น  じん และซีรี่ย์คาเงโร่โปรเจคต์ ดังมากๆ  แต่เลื่อนออกเกมบ่อยเกินไป จนตอนนี้มันตกยุคไปแล้ว
– คนที่ไม่ชอบ คาเงโร่โปรเจคต์ คงไม่ค่อยชอบเพลงเท่าไร เพราะเพลงของ じん ค่อนข้างจะมีเนื้อเพลง ที่ไม่เข้าใจความหมาย ทำให้คนที่เพิ่งมาเล่น IA และฟังเพลงออก อาจจะไม่ชอบ じん ไปโดยปริยาย (ผมก็ไม่ค่อยชอบพวกเพลงเร็วๆของจินมัน หนกขูเกินไป)

Thophy Lists

プラチナトロフィー
全てのトロフィーを獲得する
เก็บโทรฟี่ทุกอย่างครบ

WELCOME♪
チュートリアルを達成
เล่น Tutorial ผ่านครั้งแรก

EASYオールプレイ
EASYの楽曲をすべてプレイ
เล่นเพลงในหมวด Easy ทั้งหมด

NORMALオールプレイ
NORMALの楽曲をすべてプレイ
เล่นเพลงในหมวด Normal ทั้งหมด

HARDオールプレイ
HARDの楽曲をすべてプレイ
เล่นเพลงในหมวด Hard ทั้งหมด

หากเล่นไม่ไหวจริงๆ สามารถเปิดเพลงทิ้งไว้แล้วไม่เล่นก็ได้ครับ ให้จบเกม ถือว่าผ่านเพลงนั้นแล้วเช่นกัน (ผมเพิ่งมารู้ตัวตอนเล่น Hard จะครบแล้ว ขาดอีก 2 เพลง)

IAオールプレイ
全難易度、全楽曲をすべてプレイした
เล่นเพลงครบทุกหมวด

初めてのパーフェクト
曲や難易度を問わず、パーフェクトを達成
Perfect ครั้งแรก

初めてのSランク
曲や難易度を問わず、ランクS以上を取得
S Rank ครั้งแรก

チェインビギナー
曲や難易度を問わず、100以上チェインをつなげてプレイ
กดจังหวะโดยไม่พลาดได้เกิน 100 Combos

チェインプレイヤー
曲や難易度を問わず、200以上チェインをつなげてプレイ
กดจังหวะโดยไม่พลาดได้เกิน 200 Combos

チェインマスター
曲や難易度を問わず、300以上チェインをつなげてプレイ
กดจังหวะโดยไม่พลาดได้เกิน 300 Combos

最高難易度の始まり
レベル10のリズムゲームを初めてプレイ
เล่นเพลง 10 ดาว ผ่าน

Sランクプレイヤー
リズムゲームをプレイしてSランク以上を20個(チャート)達成した
ได้ S Rank ครบ 20 เพลง

Sランクアタッカー
リズムゲームをプレイしてSランク以上を50個(チャート)達成した
ได้ S Rank ครบ 50 เพลง

Sランクマスター
リズムゲームをプレイしてSランク以上を100個(チャート)達成した
ได้ S Rank ครบ 100 เพลง

クールマスター
曲や難易度を問わず、クールを300回以上記録してプレイ
กด Cool ได้เกิน 300 ครั้ง

何度も何度も
同じ曲でリトライを連続で5回行った
Retry เพลงเดิมต่อเนื่องเกิน 5 ครั้ง (หมายถึงเล่นจบแล้วยัง Retry อีก)

初ステップアップ
ステップアッププレイのステップを1つクリアした
เล่น Step up Play ผ่าน 1 Step

初マイリスト
マイリストプレイで初めてリズムゲームをプレイした
เล่นโหมด MyList Play ครั้งแรก

オールSリスト
マイリストプレイで1つのリストをオールS以上でプレイした
เล่น MyList Play ให้ได้ All S Rank

初デイリー
デイリープレイで初めてリズムゲームをプレイした
เล่น Daily Play ครั้งแรก

デイリープレイヤー
デイリープレイで4回リズムゲームをプレイした
เล่น Daily Play 4 ครั้ง ( 4 วัน )

เทคนิคถ้วยนี้คือ เปลี่ยนเวลาเครื่องไปวันถัดไปแล้วมาทำเควสโลด

ウィークリープレイ
デイリープレイで7日間連続でリズムゲームをプレイした
เล่น Daily Play 7 วันต่อเนื่อง

เทคนิคถ้วยนี้คือ เปลี่ยนเวลาเครื่องไปวันถัดไปแล้วมาทำเควสโลด 

初コーディネート
初めて衣装を変更してプレイ
เปลี่ยน Costumes และเล่นเพลงครั้งแรก

初リズムスキン
初めてリズムスキンを変更して1曲通しでプレイした
เปลี่ยน Rhythm Skin และเล่นเพลงครั้งแรก

初UIスキン
初めてUIスキンを変更して1曲通しでプレイ
เปลี่ยน UI Skin และเล่นเพลงครั้งแรก

コーディネートビギナー
5種以上の衣装でリズムゲームをプレイした
เปลี่ยน Costumes 5 ชุดขึ้นไป และเล่นเพลงให้จบ

コーディネートプロ
10種以上の衣装でリズムゲームをプレイした
เปลี่ยน Costumes 10 ชุดขึ้นไป และเล่นเพลงให้จบ

コーディネートスペシャリスト
20種以上の衣装でリズムゲームをプレイした
เปลี่ยน Costume 20 ชุดขึ้นไป และเล่นเพลงให้จบ

コーディネートマスター
すべての衣装でリズムゲームをプレイした
เปลี่ยน Costume ครบทุกชุด และเล่นเพลงให้จบ

เทคนิคคือเล่นเพลง 仇返しシンドローム ของ まふまふ แล้วเปลี่ยนชุดโดยเริ่มตั้งแต่ชุดแรก เปิดเล่นเพลง และไม่ต้องกด เปิดทิ้งไว้ จนจบเพลง( เพราะไม่กด ก็ไม่ Game Over) แล้วทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ 62 ครั้งโดยไม่ต้องเล่น orz 

コスチュームコンプリート
すべての衣装が解放された
ปลดล๊อค Costumes ครบ (วิธีเก็บ Costume บางชิ้น ไปดูที่ Step Up Play ด้านบน)

リズムスキンコンプリート
すべてのリズムスキンが解放された
ปลดล๊อค Rhythm Skin ครบ (วิธีเก็บ Rhythm Skin บางชิ้น ไปดูที่ Step Up Play ด้านบน)

UIスキンコンプリート
すべてのUIスキンが解放された
ปลดล๊อค UI Skin ครบ (วิธีเก็บ UI Skin บางชิ้น ไปดูที่ Step Up Play ด้านบน)

リズムスキンマスター
すべてのリズムスキンでリズムゲームを1曲通しでプレイした
ใช้ Rhythm Skin ทุกลาย และเล่นเพลงให้จบให้ครบ (วิธีเปลี่ยน ไปเปลี่ยนใน Option)

UIスキンマスター
すべてのUIスキンでリズムゲームを1曲通しでプレイした
ใช้ UI Skin ทุกลาย และเล่นเพลงให้จบให้ครบ (วิธีเปลี่ยน ไปเปลี่ยนใน Option)

ボタン音マスター
すべてのボタン音でリズムゲームをプレイした
ใช้เสียงปุ่มกด ให้ครบทุกอัน

(เล่นครบทุกเสียงแล้วไม่ปลดถ้วยไม่ต้องตกใจ หลังจบเกมจะได้มาอีก 2 เสียง คือ เสียงหมา และ แมว)

カスタムファン
リアルタイムステージの曲でスキンと衣装をすべて変更してのプレイを計5回行った
เปลี่ยน UI , Rhythm Skin และ Costume เกิน 5  ครั้ง

อันนี้ไม่ต้องซีเรียส เล่นไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ได้เอง

パーフェクトアタッカー
リズムゲームをプレイしてパーフェクトを40個(チャート)達成した
ได้ Perfect 40 เพลง

パーフェクトマスター
リズムゲームをプレイしてパーフェクトを100個(チャート)達成した
ได้ Perfect 100 เพลง

เทคนิคคือ เล่น Easy ให้ได้ Perfect ทุกเพลง (ไม่ยากจนเกินไป) พอจบ Easy จะได้ 61 Perfect (รวม Tutorial) และมาเก็บอีก 39 Perfect ใน Normal Mode (ยากนิดหน่อย) ต้องใจเย็นๆเวลาเล่น
ควรจะเก็บ All Clear Easy Mode ไปพร้อมกับ All Perfect ไปด้วยกันเลย จะได้ไม่ต้องกลับมาเล่นซ้ำ

オールパーフェクトリスト
マイリストプレイで1つのリストをすべてパーフェクトでプレイした
เล่น MyList Play ให้ได้ Perfect ทั้ง 3 เพลง

レベル10達成
レベルが10以上に到達した
ถึงเลเวล 10

レベル30達成
レベルが30以上に到達した
ถึงเลเวล 30

レベル50達成
レベルが50以上に到達した
ถึงเลเวล 50

スタートプレイヤー
モード問わず、リズムゲームを5回プレイした
เล่นเพลงเกิน 5 ครั้ง

ビギナープレイヤー
モード問わず、リズムゲームを10回プレイした
เล่นเพลงเกิน 10 ครั้ง

ノーマルプレイヤー
モード問わず、リズムゲームを50回プレイした
เล่นเพลงเกิน 50 ครั้ง

ベテランプレイヤー
モード問わず、リズムゲームを100回プレイした
เล่นเพลงเกิน 100 ครั้ง

気になる曲
特定の曲を5回以上プレイ
เล่นเพลงเดิมเกิน 5 ครั้ง

ヘビーローテーション
特定の曲を10回以上プレイ
เล่นเพลงเดิมเกิน 10 ครั้ง

マイフェイバリット
特定の曲を20回以上プレイ
เล่นเพลงเดิมเกิน 20 ครั้ง

แนะนำให้เล่นเพลง  日本橋高架下r計画  เพราะว่าสั้นที่สุดแล้ว

นึกอะไรไม่ออกละ คร่าวๆก็เท่านี้ล่ะครับ ตั้งแต่ได้ Platinum มา ยังไม่ได้นอนเลย (เช้าแล้ว) ใครสงสัยอะไรเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เพจ Facebook ไม่ก็ Facebook ผมนะครับ ข้อมูลดูได้ที่ด้านขวานี่ล่ะ

ขอให้สนุกกับการเล่น IA/VT ครับ !

4842809i

รีวิว Splatoon วันนี้คุณใช้ซุปเปอร์จัมป์แล้วรึยัง くコ:彡

By | Games, Reviews | No Comments

28 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา เกมก็ถูกวางขายเป็นที่เรียบร้อย และแน่นอน ว่าผมซื้อดาวโหลดไว้ล่วงหน้าเลย

ในต่างประเทศนั้น เกม Splatoon เป็นเกมที่กระแสดีเป็นอย่างมากในช่วง Beta Testfire มีผู้พูดคุยถึง Splatoon เป็นอันดับ 1 ใน Twitter

มาถึงวันวางจำหน่าย ในประเทศญี่ปุ่น 2 วันแรกของการวางจำหน่าย ของขาดตลาดทั่วประเทศ ไม่สามารถหาซื้อกันได้

ผมฝากน้องที่อยู่ญี่ปุ่นไปซื้อ Amiibo Splatoon Pack ก็หาไม่ได้ ขาดตลาดเช่นกัน (ノД`)・゜・。

ในฝั่งยุโรปก็เกิดคดี รถขนเกม Splatoon แบบ Limited Edition ถูกขโมย ทำให้ฝั่งยุโรป ผู้ที่สั่งจอง Limited Edition ร้องกันระงม

และยังมีอีกหลายแห่ง ที่มีผู้คนมาต่อคิวรอแผ่นเกมที่หน้าร้านเกมเป็นจำนวนมาก ส่วนประเทศไทยนั้น….เงียบสนิท…

ขนาดพวกคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนข่าวเกม ยังไม่ให้ความสนใจในเกมนี้เลย บอกว่าเป็นแค่เกมอินดี้ ไม่มีความน่าสนใจ

ซึ่งผมรู้สึกแปลกใจมาก ว่ามันไม่น่าสนใจตรงไหน หลังจากผมได้ลองตัว Beta Testfire แล้วผมก็รู้สึกว่าเกมมันสนุกเป็นอย่างมาก ไม่มีความน่าเบื่อแต่อย่างใดเลย

และแน่นอนว่าหลังจากตัวเกมวางขายมา 3 วัน ผมก็ LV Max ใน Patch แรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (*´ω`)

amarec(20150530-041026)

ตัวเกม Splatoon เป็นเกมสไตล์ TPS โดยมีคอนเซปต์เป็นการยิงสี เพื่อยึดครองพื้นที่ โดยตัวละครหลักจะเป็น ปลาหมึก くコ:彡

โดยจะต้องใช้สีหมึกของตัวเองนั้นยิงออกไปเพื่อครอบครองพื้นที่ในช่วงเวลาที่กำหนด ให้ไวที่สุด โดยคะแนนที่ได้นั้นจะไม่เกี่ยวกับการฆ่าศัตรูเลยทั้งสิ้น

แต่จะนับจากการยิงพื้นที่ และยึดพื้นที่กลับจากศัตรูเท่านั้น จึงทำให้เป็นเกมที่เล่นง่ายมาก และทำให้ผู้เล่นสนุก และเข้าถึงเกมได้ง่ายที่สุด

amarec(20150526-040153)

อาวุธที่มีให้ใช้ในเกม จะไม่มีเพียงแค่ปืนฉีดน้ำ แต่จะมีไปหลายชนิด คร่าวๆดังนี้

Shooter เป็นปืนกลยิงระยะใกล้ เหมาะใช้สำหรับบุก

1

Charger เป็นปืนชาร์จยิงใส่ศัตรู ที่มีความแรงถึงตายในนัดเดียว ต้องใช้ความคล่องและชำนาญอย่างมาก ในการยิง เพราะใช้ค่อนข้างยากมาก

2

Roller เป็นลูกกลิ้งสี ใช้ยึดพื้นที่ที่กว้างและเก็บช่องว่างของสีได้อย่างง่ายที่สุด

3

และยังมีอาวุธอีกหลายประเภทอีกมากมาย โดยที่อาวุธต่างๆก็จะมี Sub Weapon และ Special Weapon แตกต่างออกไป อยู่ที่ความชำนาญของผู้ใช้ ว่าจะเลือกใช้อะไร

ในฉากต่อสู้จะมีเวลาให้เรา 1 Round เพียงแค่ 3 นาที เท่านั้น และมีเพียงแค่ข้างละ 4 คน รวมศัตรูเป็น 8 คน เราจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ยึดพื้นที่ให้ได้ไวที่สุด

ในโหมดออนไลน์นั้น ปัจจุบันยังมีแค่โหมดเดียว คือ ナワバリ โหมดยึดครองสีให้มากที่สุด ซึ่งในการอัพเดทต่อไปก็จะมีโหมด Gachi เพิ่มเข้ามา และเพิ่ม Map เข้ามาเพิ่มด้วย

amarec(20150529-025642)

Town

หลังจากเข้าร่วมโหมดออนไลน์กับคนทั่วๆไปแล้ว ตัวละครของคนอื่นจะกลายมาเป็น Ghost อยู่ในเมือง ให้เราใช้ดูข้อมูลของเขาได้ รวมถึงภาพวาดที่เขาวาดเอาไว้ใน MiiVerse

amarec(20150530-050103)

Shop

ร้านค้าในส่วนของอุปกรณ์สวมใส่ในร่างกาย จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ส่วนคือ

1. หมวก เจ้าของร้านเป็นปะการัง

2015-05-27_213640654.mp4_snapshot_00.58.22_[2015.05.30_05.21.23]

2. เสื้อ เจ้าของร้านเป็นแมงกระพรุน

2015-05-27_213640654.mp4_snapshot_01.00.08_[2015.05.30_05.22.20]

จริงๆจะมีในส่วนของเสื้อผ้า Amiibo อีกต่างหาก แต่ขอไม่กล่าวถึง เพราะว่าผมไม่สามารถหาซื้อ amiibo ได้ อาจทำให้ข้อมูลผิดพลาด

3. รองเท้า เจ้าของร้านเป็นเอบิฟราย…(กุ้งทอด)

2015-05-27_213640654.mp4_snapshot_01.00.20_[2015.05.30_05.23.10]

โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ จะมี Skill Slot อยู่ เราจะต้องใส่และเอาไปเก็บเลเวลในหมวดออนไลน์เท่านั้น โดยระบบ เงิน , LV และ Skill EXP นั้น จะเท่ากัน หากจบเกม ทำคะแนนได้ 1000 ทุกส่วนในตัวก็จะเพิ่มตามนั้น

และสุดท้ายคือ ร้านอาวุธ เจ้าของร้านเป็นแมงดา

amarec(20150530-161224)

Story Mode

และแน่นอนว่าในเกมนั้นจะก็มีในส่วนของ Story Mode เช่นกัน โดยจะเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ ในเมืองถูกพวกปลาหมึกยักษ์ ขโมยพลังงานไป (ปลาดุก) โดยเราจะต้องไปช่วยปลาดุกจำนวนมากกลับมา เพื่อกลับมาเป็นพลังงานให้กับในเมือง

2015-05-29_191804465.mp4_snapshot_04.47.42_[2015.05.30_05.30.48]

ฉากของ Story Mode ก็จะเป็นแนวบุกไปเรื่อยๆ โดยในฉากก็จะมี Gimmick แปลกๆ ให้เราได้ฝ่าไปจนถึงจุดหมายปลายทาง แล้วก็ช่วยปลาดุกออกมาให้ได้ โดยจะมีทั้งหมด 4 ฉากใหญ่ แต่ละฉากก็จะมีฉากย่อยอีกหลายฉาก อารมณ์คล้ายๆกับ World ของ Mario Bros ยังไงยังงั้น เก็บแม๊ปย่อยครบ ก็จะได้เจอบอสประจำฉาก

2015-05-29_191804465.mp4_snapshot_04.32.30_[2015.05.30_05.28.14]

หลังจากเคลียร์ Story Mode แล้วในร้านค้าในเมืองก็จะมีปลดล๊อคอาวุธใหม่ๆ และชุดใหม่ให้ได้ซื้ออีกด้วย โดยเสื้อใหม่ๆก็จะมีดาวมากขึ้น และมี Skill Support Slot เพิ่มมากขึ้น โดยเราจะต้องซื้อไปแล้วเอาไปเก็บเลเวล เพื่อปลดล๊อค Slot เพื่อที่จะ Random หา Skill ที่เราต้องการมาใช้

2015-05-30_014950867.mp4_snapshot_02.21.08_[2015.05.30_05.32.52]

ในโหมดออนไลน์จะมีแมปให้เล่นทั้งหมด 6 แมป โดยจะถูกรันดอมเป็นคู่ๆ ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง พอถึงเวลานั้น ทุกคนที่จบการต่อสู้จะถูกเด้งออกจากล๊อบบี้ทั้งหมด แล้วจะมีรายการทีวีขึ้นมา พูดถึงการเปลี่ยนแปลงฉากต่อสู้ ให้เราได้ดูกัน

amarec(20150530-050021)

อาโอริ : ฉันไม่เก่งสเก๊ตบอร์ดง่ะ กลัวกระดูกหัก…
โฮตารุ : เธอไม่มีกระดูกซะหน่อย…

amarec(20150530-045512)

ทั้งสองตัวละครนี้ มีชื่อว่า อาโอริ และ โฮตารุ เป็นไอดอล ในเกมนี้ ในเมือง ก็จะอยู่ในห้องส่งนั่งคุยกัน และหันมาทักทางเราด้วย เวลาไปดู (น่ารักมาก)

ระบบร้านค้าเถื่อน

amarec(20150530-161533)

เจ้าของร้านจะเป็นหอยเม่น ชื่อว่าดาวนี่ โดยดาวนี่ จะมีรับงานอยู่ 2 ชนิดคือ

1. รับหาของที่เราต้องการ โดยของที่เราต้องการนั้นจะมีอยู่ 3 อย่างคือ หมวก เสื้อ และ รองเท้า ซึ่งจะสามารถหาดูได้จาก Ghost ของผู้เล่นในเมืองนั่นเอง

amarec(20150530-161511)

โดยเราจะสามารถกดเช็คที่ตัวละครในเมือง และกดสั่งให้ดาวนี่ หาให้เราได้ แต่จะใช้เวลา 1 วัน (เวลาจริง) ต่อชิ้น พอดาวนี่หามาได้ ก็จะเป็น LV 1 เราต้องเอาไปเก็บเลเวลเปิด Slot เองอีกที และที่สำคัญ ขายแพงมาก ผมเคยโดนไปตัวนึง 3 หมื่น XD

amarec(20150530-161522)

2. การเจาะรูให้กับเสื้อผ้า โดยดาวนี่จะให้เราเจาะรูสำหรับเสื้อผ้าเลเวลน้อยๆได้ กรณีเสื้อเลเวลน้อยแต่สกิลหลักของเสื้อนั้นค่อนข้างดี ทีนี้ ดาวนี่จะรีเควสว่า ต้องเอาหอยซุปเปอร์ซาซาเอะมาแลก โดยซุปเปอร์ซาซาเอะ นี้ผมยังไม่รู้ว่าต้องหาจากไหน แต่คิดว่าน่าจะมาในแพทย์หน้าครับ หรือไม่ก็ต้องใช้เงินในการเจาะ ทีละ 30000 o_O ถือว่าแพงมาก ในขณะนี้ เพราะผมเล่นแทบตาย ยังมีเงินแค่ 5 หมื่น (จริงๆเป็นแสนแล้วล่ะ แต่ซื้ออาวุธ กับ เสื้อผ้าใหม่ๆหมด)

amarec(20150530-161609)

สำหรับใครที่ซื้อมาเล่นแล้วพบว่า สู้ชาวบ้านไม่ได้ เล่นยังไงก็ไม่ได้ที่ 1 ผมมีเทคนิคจะมาบอกครับ รับรองว่าถ้าทำอย่างที่ผมบอก คุณน่าจะได้อันดับ 1 แทบจะตลอด กว่า 80% แน่ๆ

1.เวลาบุก ไม่ควรบุกไปพร้อมกับคนอื่น ให้ไปทางอื่นแทน

2. ห้ามยิงข้างหลังเพื่อนตัวเอง เพราะสีติดเพื่อน ทำให้เสียเวลา

3. อย่าไปยืนขวางทางปืนคนอื่น

4. อย่าบุกอย่างซื่อตรงเกินไป ให้อ้อมหลังศัตรูบ้าง

5. ใช้ลูกเล่นจากการดำในน้ำหมึกบ้าง เอาไว้หลอกล่อศัตรู

6. ตลอด 3 นาที ในการต่อสู้ ห้ามหยุดนิ่งคิดเด็ดขาด มีอะไร บุกอย่างเดียว

7. อย่าห่วงฆ่า ให้บุกไปยึดสีคืนอย่างเดียว หากมีศัตรูก็ให้กำจัดทิ้ง เพื่อซื้อเวลาในการยึดที่

8. อย่ามัวแต่ใช้ Super Jump ให้ดูหน้าบ้านตัวเองด้วย ว่ามีคนมาบุกรึเปล่า ป้องกันให้ได้

9. พยายามมองจอยว่า จุดไหนใน minimap ถูกยึด ให้บุกไปตรงนั้น

10. อย่ายิงจนสีหมด ให้ดำสีเพื่อเติมสีตลอดเวลา

ก็ประมาณนี้ล่ะครับ

จริงๆยังมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้เขียน เพราะคิดไม่ออก เอาเท่านี้แหละ แต่ขอรับประกันเลยว่าเกมนี้สนุกจริงๆ ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเกมที่สนุกที่สุดใน WiiU ในขณะนี้แล้วล่ะ

ข้อมูลเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อนละกัน มีอะไรสอบถามได้ครับ

ทิ้งท้ายไว้เป็น งานวาดสวยๆน่ารักๆจากผู้เล่นในเกมละกันครับ

art1 art2 art3 art4 art5 art6 art7

Blue Yeti Condenser ก้าวสู่ไมโครโฟนรุ่นที่สูงขึ้นต่อไป

By | Reviews | 4 Comments

คงจะเคยได้ยินกันว่า อย่าก้าวข้ามมาเล่นวิถีหูฟัง เพราะมันจะเสียหายหนัก(ค่าหูฟังที่แพงขึ้นเรื่อยๆ)

กลับกัน หากเข้าถึงวิถีไมโครโฟน ก็กระเป๋าแหกได้เช่นกัน

ใน Timeline การใช้ Microphone ของผมนั้น มีวิวัฒนาการเรื่อยๆดังนี้

ไมค์ขาตั้งกากๆ ( 3.5mm Mic ) | 99 บาท

หูฟัง+ไมค์ กากๆ ( 3.5mm Mic ) | 199 บาท

หูฟัง+ไมค์ Razer Carcharias ( 3.5mm Mic ) | 2000 บาท

หูฟัง+ไมค์ Sony Wireless Headset 7.1 ( USB Wireless Mic ) | 3500 บาท

หูฟัง+ไมค์ Sony Wireless Headset 7.1 PULSE ( USB Wireless Mic ) | 3500 บาท

หูฟัง+ไมค์ Razer Tiamat ( 3.5mm Mic ) 3300 บาท

ไมค์ Sony ECM-PC60 ( Electric Condenser ) | 780 บาท

ไมค์ Blue Yet-i ( Condenser Mic ) | 99 usd+etc 75 usd

เป็นครั้งแรกที่ผมก้าวข้ามออกจากการใช้ไมโครโฟนแบบ 3.5mm ที่ต้องพึ่งความเทพของซาวการ์ด ในการทำให้ไมค์โครโฟน มีประสิทธิภาพสูง

ผมได้ก้าวมาสู่ไมโครโฟน Condenser ของแท้ ที่มีคุณภาพมากกว่า Electric Condenser แล้ว นั่นก็คือ Blue Microphone Yet-i หรือที่เรียกกันว่า บลูเยติ

ผมสั่งซื้อจาก Amazon ช่วงเดือนธันวาคม ที่เป็นช่วง Black Friday ลดราคาสนั่นเว็บ Amazon แต่น่าเสียดายว่าตัว Blue Yet-i ที่ผมซื้อนั่นมันลดแค่ 6usd เท่านั้น

แถมยังไม่รวมภาษีเลยด้วยซ้ำ สรุปคือไม่ต่างกันเลย ซื้อธรรมดา หรือ ซื้อตอนลดราคา แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็ถูกกว่าพวกคนที่หิ้วมาขายในไทย

ขายกันราคาโหดมาก ตั้ง 6 พันกว่าบาท ผมได้มาแค่ 3200 โดยประมาณเท่านั้น…

ก็เลยให้เพื่อนที่ไปเที่ยวอเมริกาช่วงสิ้นปี ช่วยสั่งแล้วหิ้วกลับมาให้

เมื่อเทียบกับ Sony ECM PC60 ที่ผมใช้อยู่ ก็ขนาดต่างกันตามนี้..

PICT_20150106_171300

เปิดกล่องมาก็เจอสาย USB 2.0 ที่ยาวมากๆแค่เส้นเดียวเท่านั้น นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วนอกจาก สมุด Manual เล่มเล็กๆ ที่ไม่ต้องไปสนใจมัน

PICT_20150106_171738

ตัวไมค์ถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อย แน่นอนว่า ถ้าหมุนตั้งขึ้นมา มันจะสูงกว่ากล่องที่ใส่มาซะอีก

PICT_20150106_171751

PICT_20150106_171808

ตัวไมค์มีฟังก์ชั่น แค่ไม่กี่อย่าง นั่นก็คือ

ด้านหน้า – 
> ปุ่ม Mute ไมค์โครโฟน
> Volume สำหรับ Playback Audioของตัวไมค์
ด้านหลัง – 
> Gain คือการปรับ Voice Activation อธิบายเป็นไทยยังไงดี ประมาณว่า การตอบรับเสียงที่จะเข้าไมค์เข้าไปนั่นล่ะครับ
> การตั้งรับเสียง ที่ต้องการ ดังนี้ (จากซ้ายไปขวา)
settings_chart
1. เป็นการรับเสียงโดยเน้นเสียงพูดมากกว่า และรอบข้างเป็นเสียงของเครื่องดนตรี เช่นในคอนเสริตต่างๆ
2. เป็นการรับเสียงโดยรอบ โดยมีไมค์อยู่จุดศูนย์กลาง
3. เป็นการรับเสียงจากด้านหน้าไมค์เท่านั้น ใช้สำหรับการร้องเพลง หรือ อัดเสียง
4. เป็นการรับเสียงระหว่างการสนทนาสองคน โดยหันหน้าหากัน (เอาไมค์ไว้ตรงกลาง)

PICT_20150106_171830

อุปกรณ์เสริม นั่นคือ Pop Filter หลายๆคนคงไม่รู้ว่ามันคืออะไร  มันก็คือตัวกรองลม ที่เกิดจากการพูดในบางเสียง เช่น Pop , Pa , Pi หรือเสียง P ทั้งหมด

หากยังไม่เข้าใจอีกก็ลองเอา มือมาไว้ใกล้ๆปาก แล้วลองพูด Pop ดูครับ จะมีลมออกมาโดนมือเราแน่นอน และเจ้าตัว Pop Filter นี่แหละจะเป็นตัวกรองลม

ให้ไม่เข้าไปในไมโครโฟนให้เกิดเสียงลมขึ้น (ให้ลองคิดถึงเวลาคุยโทรศัพท์กับคนที่ยืนตากพัดลม หรือ กำลังนั่งรถอยู่ เป็นต้น)

ตัวนี้สั่งมาพร้อมกับ Blue Yet-i ราคา 25 USD โดยตัวขาของมันจะมีตัวเกรียวสำหรับหนีบขอบโต๊ะได้ ตัวกรองมีคุณภาพใช้ได้ ด้านในมีตัวกรองถึง 3 ชั้นเลย

PICT_20150106_171954

ด้านใต้ของไมค์ก็จะมีแค่ ช่องเสียบ USB , Playback Output และเกรียวสำหรับล๊อคกับขาตั้งไมค์โครโฟน เท่านั้น (หากเป็นตัว Pro จะมีเพิ่ม XLR Cable เข้ามาด้วย)

PICT_20150106_172638

จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ตัวไมค์จะมีตัวเพิ่ม Volume และ Playback Output หมายความว่า ตัวไมค์โครโฟน Blue Yet-i ตัวนี้มี Sound Card ในตัวด้วยนั่นเอง

จากการทดสอบแล้วพบว่า เสียงค่อนข้างดีใช้ได้เลย คุณภาพสูงกว่า Soundcard Onboard มาตรฐานทั่วไปในระดับนึงเลยทีเดียว

วันแรกที่แกะกล่อง ก็จัดวางประมาณนี้ครับ จะพบว่า ไมค์ค่อนข้างสูง และบังหน้าจอมากซึ่งผมไม่ค่อยชอบเท่าไร

PICT_20150106_181948

ผ่านมาอีกวันนึง ขาตั้งไมค์ก็ถูกส่งมาถึงบ้านครับ  เป็นตัวขาแขวนไมโครโฟน แบบหนีบขอบโต๊ะ ราคา 1400 บาท

PICT_20150107_153924

หลังจากติดตั้งแล้วจะเป็นประมาณนี้ ถอดขาตั้งที่ให้มาพร้อมกับไมค์ไปได้เลย เวลาไม่ใช้ก็ยกขึ้นด้านบน แล้วหมุนเข้าไปเก็บด้านหลังจอขวาเลย

PICT_20150107_232306

หลักๆก็ประมาณนี้แหละครับ ส่วนเรื่องเสียง ผมคงไม่ต้องเทสอะไรมาก จากที่ผมลองทดสอบแล้วพบว่า คุณภาพของเสียงนั้นเท่าๆกับ

Sony ECM PC60 ที่ผมใช้ก่อนหน้านี้เลย เพราะผมค่อนข้างบรรลุในการเซ็ตติ้งไมค์บ้านๆให้เทพแล้ว

เพียงแต่ว่า ไมค์ Blue Yet-i นั้นจะมี Gain การรับเสียงที่ค่อนข้างสูงมาก จับเสียงได้ทุกอย่างเลย

ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมาก เพราะผมไม่ต้องมานั่งใกล้ไมค์ซักเท่าไร เสียงพูดใกล้ เสียงพูดไกล ก็แทบจะเหมือนกันหมดเลย

แต่อันนี้ก็อาจจะเป็นข้อเสีย หากมีเสียงรบกวนแม้แต่นิดเดียว มันก็เข้าไปหมดเลย เพราะฉะนั้นต้อง Setting ให้ดี ไม่ควรตั้งค่าจับเสียงมากจนเกินไป

โดยรวมถือว่าชอบครับ แต่ยังไม่ถึงที่สุด คงจะใช้ไปซักพักนึง แล้วค่อยเดินขึ้นไปสู่ตัว Pro ต่อไป เพราะว่าไมค์ตัวนี้เสียงแค่ 16bit เท่านั้น

หากเป็นตัว Pro ความชัดของเสียงจะอยู่ที่ 24bit ซึ่งต่างกันค่อนข้างเยอะในระดับนึงเลย

สรุปแล้วรอบนี้ผมหมดตัวไป 5xxx บาท ( ไมค์ 3200 + Pop Filter 820 บาท + ขาแขวน 1400 บาท ยังไม่รวมภาษี)

ดูแล้วอาจจะบ้านะครับ ที่ผมมาลงทุนกับไมค์โครโฟนขนาดนี้ แต่ผมก็อยากจะทำให้ผู้ที่ดู Live Streaming ของผมนั้นได้ยินเสียงที่ดีที่สุดล่ะครับ

เป้าหมายต่อไปของผมคือ ไมค์ตัว Pro ซักตัวที่ราคาไม่ต่างจาก Blue Yet-i ตัวนี้นัก แล้วไปลงหนักๆกับ Audio Interface แรงๆซักตัวเลยดีกว่า

ไหนๆมาลองด้านนี้แล้วก็อยากจะไปให้ถึงที่สุดฮะ XD  ใครอยากรู้ว่าเสียงเป็นยังไง ไว้มาดูตอนผม Live Stream ละกันเนอะ

3DS LL Grip ผู้ช่วยนิ้วโป้งของผม

By | Reviews | No Comments

ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหามาตลอดกับการถือ 3DS เล่นไปขณะสตรีม เพราะมันต้องถือในท่าที่ไม่ค่อยถนัดนัก เพราะมีสายเสียบรอบเครื่องอยู่ถึง 3 จุด

แล้วยิ่งเวลาเล่นเกมประเภทแอคชั่น เช่น Monster Hunter 4G นั้น ปวดนิ้วโป้งมาก ล่าสุดรุ่นน้องได้ยินเราบ่นว่าอยากได้ 3DS Grip เขาก็เลยซื้อมาให้ผมเป็นของขวัญคริสมาสต์ o_O

สำหรับราคานี่ไม่รู้เหมือนกันถามรุ่นน้องแล้วบอกว่าถูกๆไม่เป็นไร คิดว่าคงไม่แพงนัก ดูจากหลังกล่องแล้ว เป็นของก๊อปจีน

PICT_20141221_164817

เปิดกล่องมาก็เจอ Grip เลย ไม่มีอะไรแล้วในกล่อง ตามสไตล์ของก๊อปจีน

PICT_20141221_164858

ด้านหลังของGrip จะมีขาตั้งสำหรับใช้เวลาตั้งเครื่องด้วย ถ้าไม่กางขา มันจะเอียงล้มๆไปด้านหลัง ดูจากสภาพขาตั้งแล้ว ค่อนข้างอ่อนแอ น่าจะหักง่าย เมื่อเทียบกับ Grip ของญี่ปุ่น ที่เคยอ่านๆมา

PICT_20141221_164932

ลองกางขาตั้งออกมา ความแข็งแกร่ง น่าจะประมาณ LV 3 (เต็ม LV10)

PICT_20141221_164944

ลองใส่เครื่องลงไป (คิดเสียง Sound Effect เป็นเสียงหุ่นประกอบร่าง)

PICT_20141221_170100

ดูสภาพขาตั้งแล้ว กลัวหักจริงๆ 55+

PICT_20141221_165039

ดูจากด้านข้างแล้วจะเห็นว่า เครื่องจมลงไป พอดี ไม่มีล้น เวลาจับแล้วไม่ขัดมือเลย

PICT_20141221_170224

เสียบสายชาร์จ และสายสำหรับส่งภาพขึ้นคอม ได้ปกติดี ตอนแรกมีกังวลว่าจะเสียบสายส่งภาพไม่ได้

PICT_20141221_165117

ปัญหาที่ตามมาอีกอย่างนึงคือสายสำหรับส่งเสียงเข้า Line In ของคอมที่ผมใช้ประจำมันใหญ่เกินไป ก็เลยต้องสลับเปลี่ยนกับอันอื่นแทน โชคดีว่าใส่แล้วเข้าได้ปกติดี ไม่งั้นต้องออกไปหาซื้อสายเสียงเพิ่ม XD

PICT_20141221_165339

แน่นอนว่าตอนจับ สายเสียงไม่มีรบกวนมือเลย ไม่เหมือนตอนถือเล่นแบบไม่มี Grip สายรกรุงรังโดนมือตลอด

PICT_20141221_165617

ลองตั้งดูด้านหน้าแบบเสียบทุกอย่างไว้ ดูมีระดับดี

PICT_20141221_170310

 สรุป

ค่อนข้างชอบเลยทีเดียว เพราะทำให้การถือเครื่องนั้นสะดวกขึ้นเยอะมาก เสียอย่างเดียวคือ ขาตั้งด้านหลังมันดูอ่อนแอไปหน่อย กลัวว่าใช้ไปไม่นาน มันต้องหักแหงมๆเลย น่าจะทำให้มันหนากว่านี้หน่อยนะ

สำหรับใครที่สนใจ Grip แต่ยังลังเลอยู่ ก็ลองซื้อเลยครับ ผมรับประกันว่า มันถือถนัดมือขึ้นเยอะจริงๆครับ

ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ (*’ω’*)

PICT_20141221_165638

 

 

จิ๋วแต่แจ๋ว Sony ECM-PC60 Condenser Mic ราคาถูก

By | Reviews | No Comments

ช่วงนี้ผมมีศึกษาเกี่ยวกับไมค์โครโฟนอยู่ กรณีอยากสตรีมมิ่งโดยมีเสียงไมค์ที่ดี คงจะไม่พ้นที่จะต้องหา Condenser Mic มาใช้ แล้ว Condenser Mic คืออะไรล่ะ?

มันคือไมค์ที่จับเสียงได้ดีกว่าไมค์โครโฟนคอมน่ะแหละ ไม่ต้องพูดให้ลึก เดี๋ยวจะงงกันซะก่อน ใช้ภาพนี้เลยละกัน

microphone

บังเอิญไปเจอตัวนี้มาครับ คือทางฝั่งญี่ปุ่นเขาแนะนำตัวนี้มาก เพราะว่ามันเป็น condenser mic ที่ราคาถูกมาก เพียงแค่ 2600 เยน ( 780 บาท )

มันคือ  Sony ECM-PC60 ดูเหมือนว่าจะเป็นไมค์ที่ผลิตมาขายแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นด้วย จึงกลายเป็นที่นิยมของกลุ่ม 生主 (Streamer) ของญี่ปุ่นไปเลย

IMG_5281

แกะกล่องมาดูเลยดีกว่า ข้างในมีแค่นี้เอง ตัวขาไมค์สามารถเอียงได้ประมาณ 45 องศา ตามระดับของผู้พูด

IMG_5283

ตัวกริ๊ปสำหรับหนีบเสื้อ แปลว่าสามารถถอดตัวไมค์ออกจากขาตั้งได้นั่นเอง

IMG_5284

อันนี้เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก มันคือสายพ่วง เพิ่มระยะสายนั่นเอง สำหรับเอาไว้ติดกริ๊ปเสื้อ

IMG_5286

ขนาดของตัวไมค์ก็ถือว่าเล็กมากๆๆๆๆๆๆๆๆ

IMG_5288

เมื่อเอามาเทียบกับ เหรียญบาท

IMG_5289

ตัวอย่างการเทสเสียงพูด โดยปรับระดับ Volume 100% Microphone Boost 4 ระดับ ตอนเปลี่ยนระดับจะมีเสียงน๊อยส์ประมาณ 2-3 วิ หลังจากนั้นจะหายไป (วางไกลแล้วก้องนิดหน่อย เพราะในห้องคอมผมมันยังโปร่งๆอยู่)

สรุป

– ด้วยขนาดที่เล็กมากของไมค์ตั้งโต๊ะ ตัวนี้แล้ว ถือเป็นไมค์ที่ไม่เกะกะเลยซักนิด
– สามารถถอดมาติดที่เสื้อได้ ทำให้จับเสียงได้ดีกว่าตั้งโต๊ะ
– สามารถจับเสียงพูดได้ดีมาก ถึงแม้ว่าจะวางไว้ห่างปากถึงครึ่งเมตร เป็นไมค์ที่ดีมาก เมื่อเทียบกับไมค์ทั่วๆไปในราคา 100-3000 บาท
– ในไทยคงไม่มีขาย ต้องฝากใครซื้อจากญี่ปุ่นเอาน่อ 😀

รีวิว Monster X3A ลูกหลานรุ่นต่อมาของ Monster X3

By | game capture, Reviews | No Comments

จากรีวิว Monster X3 อันเก่า http://www.men9ch.com/?p=456

ปัจจุบัน การ์ด Monster X3 sk-mvx3 นั้นทาง SKNET ได้ประกาศเลิกผลิตไปแล้ว ทำให้เราสูญเสียการ์ดแคปเจอร์ราคาถูกสุดเทพไป

แต่เดี๋ยวก่อน ตอนนี้มันถูกผลิตออกมาใหม่ด้วยรุ่นใหม่แทนในชื่อ Monster X3A ด้วยประสิทธิภาพเดิมคือรองรับ 720p และ 59.94fps

แน่นอนว่าราคาก็เท่าเดิมเลย แต่การ์ดตัวนี้ผมไปเดินอยู่ Akihabara พบว่าเป็นการ์ดที่ค่อนข้างหายากมากๆ เดินทั้งอากิบะ เจออยู่ร้านเดียว และมีแค่ 2 ตัวเท่านั้น !

แต่ไม่ต้องห่วง มันยังมีขายอยู่ใน amazon ใครอยากจะสั่งให้จัดส่งผ่านทาง tenso ก็ลองดูนะครับ Amazon Japan

ตัวกล่องเรียกได้ว่าเหมือนเดิมเด๊ะๆๆ

PICT_20141002_033510

ของในกล่องก็มีแค่ Manual  แผ่นไดร์เวอร์ และ ตัวการ์ดเท่านั้น

PICT_20140926_012024

PICT_20140926_012033

สิ่งที่แตกต่างระหว่าง Monster X3 และ Monster X3A คือ รุ่น 3A ทำให้ไม่สามารถอัดวิดีโอจากเกม ผ่านโปรแกรมที่สามารถเลือก Codec ในการอัดได้ เช่น Amarec

แต่ว่า ปัญหานั้นแก้ง่ายนิดเดียวคือ เปลี่ยนไดร์เวอร์มันซะ ! ในตัวกล่องจะให้ไดร์เวอร์ 1.0.6.5 มา แค่ไปโหลดในเว็บของ SKNET เอง เป็น 1.0.6.6 ก็ใช้ได้ตามปกติดีแล้ว

และสิ่งที่เรียกว่าดีกว่า X3 เห็นๆเลยคือ ไม่ต้องใช้โปรแกรม MX3Detect แล้ว!!! เยี่ยมมากเลย นั่นหมายความว่า ตัวการ์ดมัน Bypass HDCP ให้เอง ไม่ต้องเปิดโปรแกรม Bypass ให้วุ่นวายแล้วน่ะเอง

ตัวอย่างภาพจาก PS3 จากการ์ด Monster X3A และแน่นอนว่าสามารถรับ PS4 ได้เช่นกัน !

amarec(20141002-162428)

amarec(20140926-003952)

สรุป

สำหรับใครที่มองหาการ์ดแคปเจอร์ราคาถูก ยังไงก็ต้องมองมาที่ Monster X3A อยู่ดีครับ ด้วยความสามารถที่เรียกได้ว่า คุ้ม จนไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาอธิบายดี

เอาเป็นว่ามันดีกว่า X3 มาก ตรงที่มัน Bypass HDCP ได้ด้วยตัวเอง หากสนใจก็จัดกันได้เลย !

รีวิว SKNET Monster X U3.0R การ์ดแคปเจอร์ยอดนิยมอันดับ 1 ของปี 2014

By | game capture, Reviews | No Comments

ได้มาแล้ว กับ External Capture Box ยอดนิยม เป็นอันดับ 1 ในช่วงปี 2014

เป็น Capture Box ที่ส่งข้อมูลผ่าน USB 3.0 รองรับภาพระดับ 1080p และ 60fps ที่ถือว่าดีที่สุดแล้วในปัจจุบัน

ด้วยราคา 20000 เยน (6000 บาท) ถือเป็นแคปเจอร์ที่ถูกที่สุดในบรรดาการ์ดแคปเจอร์ 1080p 60fps และที่สำคัญคือมัน Bypass HDCP ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปกังวลอะไรกะปัญหานี้เลย

Capture Box ตัวนี้ผลิดโดยบริษัท SKNET บริษัทที่ทำการ์ดแคปเจอร์ราคาถูกที่เราเคยรีวิวไปนั่นคือ Monster X3 นั่นเอง

ตอนนี้จะหันมาทำ Capture Box และที่ผมเห็นอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็มี Drecap ที่มาทำ Capture Box แข่งด้วย แต่ผมไม่ได้ซื้อของ Drecap มา เพราะว่าเป็น USB 2.0 จึงปล่อยตกไป

PICT_20140926_013212

ในกล่องก็จะมีแค่ดังนี้

1. แผ่น Driver
2. สมุด Manual
3. ใบรับประกัน (รับแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น)
4. Capture Box
5. สาย USB 3.0

PICT_20140926_013255

ตัวกล่องใช้ไฟเลี้ยงจาก USB 3.0 โดยตรง ไม่ต้องต่อไฟเพิ่มใดๆทั้งสิ้น

PICT_20140926_013315

แถมตัวกล่อง ยังสามารถส่ง Splitter ภาพไปสู่ TV ได้ 1 จอด้วย เท่ากับว่า ส่งเข้าคอม 1 จอ และ TV อีก 1 จอ

PICT_20140926_013330

จุดสังเกตุ ที่พบเห็นคือ ตัว Capture Card นี้ไม่รอบรับ USB 2.0 แน่นอน 100% เท่าที่ไปอ่านรีวิวคนญี่ปุ่นมาเขาบอกว่าต้องเป็น USB 3.0 ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้เกิน 300mb/s ตลอดเวลาด้วย หากไม่ถึง จะทำให้เกิดจอฟ้าได้

ส่วนตัวผมโดนมาแล้วครับกับจอฟ้า เพราะว่าผมไม่ได้ลงไดร์เวอร์ของเมนบอร์ด ที่ทำให้ USB3.0 Boost ความเร็วเพิ่มเติม ตอน ที่ทดสอบแรกๆ เจอปัญหาจอฟ้ารัวๆ ภาพกระตุกรัวๆเลยครับ (´・ω・`)

ส่วนที่บอกว่ารองรับ 1080p และ 60fps นั้น รับได้จริงครับ เล่นได้จริงด้วย แต่ว่า ไม่สามารถเอามา Live Stream หรือ Record ได้ครับ เนื่องจากจะกระตุกมากๆ เพราะว่า CPU ทำงานไม่ทัน ภาพกระตุกรัวๆ

แต่ย้อนกลับมา การแสดงประสิทธิภาพในขนาด 720p และ 60fps นั้น ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เท่าที่เล่นมา ยังไม่พบอาการเสียงเพี้ยน เหมือน Capture Card ที่เคยลองๆมาทั้งสิ้น

ตัวอย่าง Screen Shot

amarec(20141001-205310) amarec(20140926-003952) amarec(20140926-010640) amarec(20140926-010936)

amarec(20140926-012347) amarec(20140926-054326) amarec(20140926-054541) amarec(20140926-183922)

amarec(20140926-191150) amarec(20140926-191832) amarec(20140926-191905) amarec(20140926-195005)

amarec(20140926-200152) amarec(20140927-011835) amarec(20140928-020041) amarec(20140928-224257)

amarec(20140928-224311) amarec(20140929-224535) amarec(20140929-224601) amarec(20141002-162428)

ตัวอย่าง Video Record 720p 60fps

ข้อควรระวัง

แคปเจอร์ตัวนี้รองรับ USB3.0 ที่มีชิพ Intel , Renesas(NEC) , Etron , VIA 4 ตัวนี้เท่านั้นนะครับ นอกจากนี้ ไม่รับประกันว่าจะใช้ได้นะครับ

สรุป

– ถือว่าเป็น Capture Box ที่ดี ส่วนตัวคิดว่ามันดีกว่า Avermedia เยอะ ด้วยสาเหตุที่มันสามารถ Bypass HDCP ได้
– สามารถใช้ได้กับ PC และ Laptop ไม่ต้องเสียช่อง PCI ในเครื่อง PC ไปช่องนึง เอาไปใส่ซาวการ์ดแทนได้ 😛
– ขนาด 1080p และ 60fps ไม่เหมาะกับผู้ที่จะเอามาเปิด Live Stream หรือจะอัดเกมซักเท่าไร ควรใช้ 720p มากกว่า
– ถ้าคอมไม่แรงจริง อย่าเล่นตัวนี้เชียว เพราะต้องใช้สเปคเครื่องที่ค่อนข้างแรง  ขนาด i7 ยังจอฟ้ามาหลายคนแล้ว
– USB 3.0 จะต้องเป็น chipset intel ไม่ก็ NEC Renesas เท่านั้นถึงจะใช้ได้แน่นอน 100% อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.men9ch.com/?p=1794

พาลุย เอลโอเซียคาเฟ่ Eorzea Cafe @ ญี่ปุ่น ณ อากิบะ

By | Reviews, อาหาร | One Comment

ครั้งนี้จะเป็นการรีวิวเอลโอเซียคาเฟ่ ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่เกมเมอร์ FF14 ชาวเอลโอเซียทุกคนคงอยากจะลองไปดูซักครั้งในชีวิต ไม่เป็นไร ผมมาให้แล้วครับ

เท่าที่ผมเข้าใจคือตัวคาเฟ่นั้นจะเป็นของ Pasela Cafe ซึ่งมาทำ Season Cafe ให้กับทาง FF14 ซึ่งหมายความว่า อาจจะเป็นคาเฟ่ ที่ไม่มีตลอดไป แต่มีอยู่ซักพักใหญ่ๆแล้วก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน (คิดว่าอย่างนั้นนะ)

ปล. บางจุด ผมอาจจะไม่ได้ถ่าย เนื่องจากมีคนอยู่เยอะ ซึ่งผมคิดว่าถ่ายไปแล้วมันดูเสียมารยาทยังไงไม่รู้ก็เลยจะข้ามไปนะครับ

ก่อนอื่น สิ่งที่ผมได้รับทราบมาก็คือ คาเฟ่นี้ Walk in เข้าร้านไม่ได้ครับ เพราะว่าคนนั้นแห่กันมาเยอะมากๆ และทางตัวคาเฟ่นั้น ก็มีเวลาในการเปิดให้บริการ 4 ช่วงเวลาด้วยคือ

รอบ 1 : 11:30 – 13:30
รอบ 2 : 14:00 – 16:00
รอบ 3 : 16:30 – 18:30
รอบ 4 : 19:00 – 22:00

และสิ่งสำคัญที่สุดคือ คาเฟ่นี้ ไม่ใช่ว่ามาก่อนชาวบ้านแล้วจะได้เข้าแน่นอน แต่จะเป็นการรับ Lotto หรือ ใบเสี่ยงโชค เพื่อรับตัวเลขคิว เพื่อเข้าไปจองนั่นเอง

@ เวลาประมาณ 9:30  ผมไปถึงหน้า Pasela Cafe พบว่า คิวยาวมากๆๆๆ เป็นคิวที่รอขึ้นไป Eorzea Cafe ทั้งนั้น

แวะถ่ายรูปซักหน่อย

001_resize 002_resize

@ เวลา 10:00 แถวจากหน้า Pasela Cafe เริ่มขยับ และพาทยอยคิวหน้าร้าน เข้าไปในคาเฟ่ และต้องเดินขึ้นไปชั้นบนของคาเฟ่ ที่ชั้น 3 ผ่านบันไดหนีไฟ -*-

@ เวลา 10:05 ทุกคนจะยืนต่อแถวเป็นหลายๆแถว อยู่ที่ห้องไม่เล็ก ไม่ใหญ่ ห้องนึง ซึ่งไม่ใช่คาเฟ่ของเอลโอเซีย บรรยากาศแออัดเหมือนชาวต่างด้าวกำลังรอลักลอบเข้าประเทศ

@ เวลา 10:30 ก็ยังยืนต่อไป และทางพนักงานเริ่มออกมาบอกว่า ทางร้านจะให้ Lotto เพียงกลุ่มละ 1 ใบ เท่านั้น!! หากมีกลุ่มที่คนมาเกิน 10 คน เขาจะให้ 2 ใบ ซึ่งแน่นอน ทุกคนมากัน 4-6 คน ต่อกลุ่มทั้งนั้น

@ เวลา 10:45 พนักงานเริ่มทำการนับจำนวนคน และจำนวนกลุ่มที่มีอยู่ในห้องแออัดนั้น และไปเตรียม Lotto ให้ตรงตามจำนวน

@ เวลา 10:50 เริ่มมีการให้หยิบสุ่ม Lotto จากกล่องที่พนักงานเตรียมมา เพียงกลุ่มละใบ อย่างที่ว่าไป และทางผมได้เบอร์ 31  หมายความว่าจะได้เข้าไปจองคิวที่ 31 นั้นเอง -*- มีคนข้างๆจับได้เบอร์ 5 มั้ง ร้องดีใจลั่นเลย

003_resize

ตอนนั้นก็เริ่มคิดแล้วว่า ตายห่า กูจะได้กินไหมนี่

ทางพนักงานเขาก็จะเริ่มเรียกหมายเลขทีละ 5 เบอร์ เริ่มจาก 1-5  5-10 ไปเรื่อยๆ จนมาถึงคิวที่ 31 ของผม

ก็ได้เดินเข้าไปเพื่อจอง ตอนแรกคิดว่า ถ้าได้ก็จะเข้าเลย แต่ที่ไหนได้ เขาบอกว่า 2 รอบแรก เต็มแล้วครับ !!

SHOCK !!  ทางผมก็เลยต้องเลือกเป็นรอบที่ 3 นั่นคือเวลา 16:30 นั่นเอง และทางเขาก็จะให้ใบจองมา พร้อมกับใบสั่งอาหารล่วงหน้า (ลืมถ่าย)

นั่นก็หมายความว่า พวกรับบัตรคิวเลข 50-60 กลับบ้านเห๊อะ ไม่ได้กินแน่นอน  ผมเห็นหัวแถวเป็นฝรั่ง เหมือนตั้งใจจะมากินเต็มที่เลย

มาคนแรกสุด แต่ได้บัตรคิวเหมือนจะไกลโข เห็นยืนเซ็งๆ ปนงงๆ ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง พนักงานก็พูดอังกฤษไม่ได้เลย

004_resize

ในบัตรจะเขียนว่า ให้มาก่อนเวลา 10 นาที  หากไม่มาตามเวลากำหนด ถือว่า Cancel คุณมีเวลาในคาเฟ่เพียง 120 นาที

ด้านหลังบัตร

005_resize

และจากนั้น เขาก็จะให้เดินลงบันไดหนีไฟ อีกฝั่งนึง เพื่อลงไปชั้น 2 ซึ่งชั้น 2 นั่นเองที่เป็น Eorzea Cafe  แต่ให้เรามาชั้น 3 เพื่อต่อคิวจอง

เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกเยอะ เลยหนีไปแร่ดข้างนอกก่อน

@16:00 กลับมาที่หน้าร้านอีกครั้งเพื่อรอเข้า เราเอาบัตรจองไปยื่น พร้อมกับยื่นใบสั่งอาหารที่ให้เรามาตอนแรก

ด้วยความที่พนักงานเห็นว่า เราสั่งเยอะมาก เขาเลยบอกว่า โต๊ะมันไม่พอวางง่ะ ตัดบางอันออกไปก่อนได้ไหม เดี๋ยวค่อยสั่งเพิ่มได้ 555+

จากนั้นเขาก็รับออเดอร์ไปและให้หนังสือเมนูมา

สามารถดูเมนูกันได้ที่
Food : http://www.pasela.co.jp/paselabo_shop/ff_eorzea/book/food/HTML5/pc.html#/page/1
Drink : http://www.pasela.co.jp/paselabo_shop/ff_eorzea/book/drink/HTML5/pc.html#/page/1

006_resize 007_resize 008_resize

จากนั้นก็รอเวลาร้านเปิดให้เข้า โดยต้องต่อคิวอีกแล้ว

009_resize

จากภาพจะเห็นว่า ด้านขวานั่นล่ะ Eorzea Cafe หมายความว่าที่นี่จะมี Cafe หลาย Theme อยู่ด้านในอีก ไม่ได้มีแค่ Eorzea Cafe

010_resize

Final Fantasy Collaborated with Pasela Eorzea Cafe

บรรยากาศมุมสูงจากหน้าประตูหลังจากเข้าร้านไป ก็จะมีเท่านี้เอง….. เท่านี้จริงๆ ที่เห็นในภาพ มีแค่นี้จริงๆ (ย้ำหลายรอบ)

ในร้านจะมีโต๊ะมุมเล่นเกมอยู่ตรงกลาง แล้วโดยรอบก็จะเป็นโต๊ะสำหรับลูกค้า ประมาณ 8-9 โต๊ะ เท่านั้น…. นี่ล่ะสาเหตุที่ว่าทำไมมันจองเต็มรอบไวจริงๆ..

011_resize

เข้ามาก็จะได้เห็นกับกลุ่มโมกุริน่ารักๆกันเลย

012_resize 013_resize 014_resize 015_resize 016_resize 017_resize 018_resize

บรรยากาศร้านอื่นๆ ตาม Theme ของบาร์ของเมืองกริเดเนีย

019_resize 020_resize 021_resize 022_resize 023_resize 024_resize

พร้อมกับลายเซ็นของ โยชิดะ นาโอกิ

025_resize 026_resize

ตำแหน่งที่ผมได้นั่งก็ดีมาก อยู่ตรงหน้าต่างเลย โชคดีจริงๆ

027-0_resize

ถ่ายผู้มาร่วมคาเฟ่กับผมซะหน่อย

027-1_resize

เครื่องดื่มเริ่มทะยอยออกมากันแล้วครับ

เริ่มจาก Potion (สีฟ้า) บลูฮาวาย + เลม่อน + น้ำส้ม และ โซดา (600 เยน)
X-Potion (สีส้ม) คอลลาเจนพีช + น้ำแอปเปิ้ล + โซดา (630 เยน)

029_resize

030_resize 031_resize 032_resize 033_resize

ไนท์ ออฟ คาราเมลคาเฟโอเร่ (580 เยน) เป็น คาราเมลซอส รสนมกาแฟ และวิปครีม โปะด้วย มาการอง

034_resize

อาหารเริ่มมาเสิร์ฟแล้ว เริ่มจาก สิ่งที่ทุกคนถวิลหา มันคือ Devil’s Egg ( 680 เยน )  XD สลัดไข่ต้มนี่เอง

035_resize

พิซซ่าโกคุอิฟริท (1000 เยน) หรือไอ้พื้นระเบิด นั่นล่ะ เรียกอะไรลืมแล้ว เป็นพิซซ่าซาลามี่ ที่ใช้แป้งดำเป็นฐาน บางๆกรอบๆ

036_resize 037_resize

เรเมงลิเวียทาน (980 เยน) พร้อมกับเครื่องทะเล จะเป็นบะหมี่เย็น ในน้ำสีฟ้า และโปะเครื่องด้วย กุ้ง ปลาหมึก หอยอาซาริ และ โอทาเตะ (หอยเชล)

038_resize 039_resize

ส่วนรสชาติต้องบอกเลยครับว่า แม่งโคตรเค็มมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่มีอะไรนอกจากรสชาติเค็ม เหมือนกินน้ำทะเล 55+

039-1_resize

แบ่งกันเค็ม เนื่องจากทำใจเค็มคนเดียวไม่ไหวจริงๆ

045_resize

ครั้งนึงในชีวิต ได้เคี้ยวลิเวียทาน

040_resize

Sausage Warrior with Onion Shield ( 730 เยน ) ไส้กรอก 5 อย่าง และ หัวหอมย่าง  ก็ไส้กรอกย่างธรรมดาๆนี้แหละครับ

041_resize 042_resize 043_resize

ลานอร์เซียโทส์ต และ ซอสส้ม (480 เยน)

044_resize

สั่งเครื่องดื่มเพิ่ม อันนี้ของผม มันชื่อว่า

Summoner of Ifrit Egi (700 เยน)  เป็นค๊อกเทลไวน์ขาว ใส่กลีบดอกไม้ ตอนแรกให้มาก็ไม่ได้คิดอะไร พนักงานสาวบอก ให้เอามาวางบนแท่นดู แก้วก็จะเปลี่ยนสีไป ทำเราอเมซซิ่งได้นิดนึง XD

046_resize 047_resize 048_resize

Chocobo Banana Milk ( 580 เยน ) นมกล้วยธรรมดาๆนั่นเอง

049_resize

Goku Titan of Gravity Burger  (880 เยน) เบอร์เกอร์เนื้อ ใส่ชีส และเครื่องเคียงเช่นมันทอด แปะไตตันตัวนึงมาให้  เมนูนี้ อร่อยมาก และใหญ่มาก

050_resize 051_resize

เริ่มทำการแยกส่วน

052_resize

ไตตันโดนเบอร์เกอร์ ทับตายแล้ว

053_resize

และสุดท้าย สิ่งที่ใครๆก็สั่งกัน

มินิฮันนี่โทส์ตโมกุริ (580 เยน) ของหวานน่ารักๆ

054_resize 055_resize 056_resize

และบรรยากาศมุมอื่นๆในร้าน

057_resize 058_resize

059_resize

อันนี้เป็นแผ่นรองแก้ว ทางร้านจะมีให้สะสมทั้งหมด 9 แบบ โดยจะสุ่มมาให้เรา 1 ใบ ต่ออาหาร 1 เมนู โดยจะมีซ้ำกันบ้าง ทางร้านจะมีกฏว่าห้ามเทรดกับโต๊ะอื่น จนกว่าจะหมดเวลาคาเฟ่ด้วย

060_resize 061_resize 062_resize 063_resize 064_resize

มุมอื่นๆต่อ

065_resize

066_resize 067_resize 068_resize

สุดท้ายไปขอพนักงานถ่ายหลังหน่อย 55

069_resize

สรุปค่าใช้จ่ายในมื้อนี้

070_resize

สรุป

เนื่องด้วยเป็นร้านอาหารประเภทคาเฟ่ จึงราคาประมาณนี้ เป็นเรื่องปกติของญี่ปุ่นครับ บรรยากาศร้านก็ทำมาได้ดี สำหรับคนที่เล่น FF14 คงได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ เพราะมันเป็นอะไรที่คุ้นตาทุกคนอยู่แล้ว

เมนูก็มีอลังๆอยู่หลากหลายเลยครับ ผมไม่ได้สั่งแต่เห็นโต๊ะอื่นสั่ง มันเจ๋งซะจนต้องหันไปมอง บางจานนี้มีไฟลุกด้วย 55+ ส่วนใครอยากกินเอาอิ่มผมแนะนำว่า ให้สั่งเบอร์เกอร์ไตตันครับ มันเยอะมาก เทียบกับราคาแฮมเบอร์เกอร์พวกตามเบอร์เกอร์คิง แล้วพอๆกัน แถมเยอะกว่าอีกด้วยคุ้มจริงๆเมนูนี้

โดยรวมผมว่าโอเคครับ อยากจะแนะนำว่า ใครเป็นชาวเอลโอเซีย ถ้าได้ไปญี่ปุ่นก็อยากจะให้ไปลองกันดูครับ แต่ก็ต้องเสี่ยงดวงดูนะครับ ว่าจะได้กินในวันนั้นรึเปล่า 55+ เพราะคนมันเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เราลากันไปด้วยวิดีโอนี้ละกัน (มันคงเป็นความแค้นนิดๆ)